“TASTEBUD LAB” ผลักดัน Future Food ของเมืองไทย เข้าสู่การประชุม APEC 2022

 เจาะลึกเบื้องหลังโครงการ การค้นหาเมนูอาหารแห่งอนาคต
ที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนทางอาหาร เพื่อนำเสริฟผู้แทนทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจ
ในการประชุม APEC 2022 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ

APEC Future Food for Sustainability เป็นกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมของเยาวชนและคนไทยทั่วประเทศ ในวาระที่ไทยเป็นเจ้าภาพการจัดประชุม สุดยอดผู้นำ 21 เขต เศรษฐกิจ APEC 2022 ผ่านการประกวดสตาร์ทอัพด้านอาหารอนาคตภายใต้แคมเปญ Plate to Planet จานนี้เพื่อสิ่งแวดล้อม”

TASTEBUD LAB เป็นหน่วยงานเอกชน ที่ผลักดันด้านนวัตกรรมอาหารอนาคต สร้างความร่วมมือ การทำงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ และสร้าง Future Food Ecosystem ของประเทศไทย โดยโครงการประกวด Future Food for Sustainability  ครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้กรมประชาสัมพันธ์ โดย TASTEBUD LAB ได้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมต่างๆ ตลอดโครงการ ตั้งแต่เฟ้นหาผู้เข้าประกวดทั่วประเทศ การคัดกรอง และการเตรียมความพร้อมในด้านแนวคิดธุรกิจ และแนวด้้านอาหาร ร่วมกับเชฟ ระดับมิชลิน ผ่านกิจกรรม Incubation Camp เพื่อแสดงให้เห็นถึงความพร้อมและศักยภาพด้านซอฟต์พาวเวอร์ของอาหารไทย ภายใต้แนวคิด BCG โมเดล จากผู้สมัครเข้าประกวดกว่า 2,018 ทีม และได้คัดเหลือเพียง 21 ทีม ที่ผ่านการแข่งขันประลองฝีมือทำอาหาร โดยตัดสินจากคณะกรรมการที่มีความเชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ในวันที่ 29 ตุลาคม 2565 ทั้ง 21 ทีม ได้มาประชันแนวคิดเชิงธุรกิจพร้อมนำเสนอไอเดีย (Pitching) ให้กับคณะกรรมการจากองค์กรชั้นนำด้านอาหารของไทยที่จะร่วมค้นหาสุดยอดเมนูอาหารอนาคตไปต่อยอดทางธุรกิจและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านอาหารอนาคต ของไทยให้ไปสู่ตลาดโลก

          โดยทาง TASTEBUD LAB ได้รับโอกาสในการจัดกิจกรรม “Future Food Incubation Camp” ในวันที่ 19-20 ตุลาคม 2565 ติวเข้มก่อนร่วมแข่งทำอาหารอนาคต Plate To Planet ให้กับทั้ง 60 ทีม เพื่อเฟ้นหาผู้เข้ารอบสุดท้าย 21 ทีม โดยในกิจกรรม Incubation Camp ผู้เข้าประกวด ได้พบกับ 5 โค้ช จากวงการอาหาร และการตลาด เชฟชื่อดัง รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร ด้านบุคลิกภาพ วันที่ 19 ตุลาคม 2565 เป็นการติวเข้มในภาพรวม “Future Food Workshop” ผู้เข้ารอบทั้ง 60 ทีม ภายใต้ 3 หัวข้อใน 3 เวิร์คช้อป

  • ช่วงเช้าจะเป็นการเวิร์คช้อป กับคุณสันติ อาภากาศ Co-Founder & CEO TASTEBUD LAB ในหัวข้อการนําเสนอเมนูให้สอดคล้องกับคอนเซปต์ 3D “ดีต่อใจ ดีต่อสุขภาพ ดีต่อโลก” และการนำเสนอไอเดียเมนูอาหารผ่าน 5 Mins Food Business Pitching
  • ช่วงบ่ายจะเป็นการเวิร์คช้อป ความพร้อมในการเป็นผู้ประกอบการยุคใหม่และการต่อยอดธุรกิจ โดยคุณสุธีรพันธุ์ สักรวัตร Chief Marketing Officer บริษัท เอสซีบี เอ็กซ์
  • ช่วงเย็นผู้เข้าประกวดทั้ง 60 ทีมจะได้ทดลองพรีเซนต์นำเสนอไอเดียอาหารแห่งอนาคตภายใน 2 นาที และรับคอมเมนต์จากโค้ชอีก 3 นาที กับคุณสันติ อาภากกาศ คุณพลวัชร ภู่พิพัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารและการนำเสนอธุรกิจ และคุณเอมิสา รักสยาม Style Consultant ครูสอนการพูดและการปรับภาพลักษณ์และสื่อสาร โดยระหว่างการเวิร์คช้อปทางทีมงานของ TASTEBUD LAB จะคอยช่วยแนะนำการเขียน นําเสนอเมนูให้สอดคล้องกับคอนเซปต์ 3D “ดีต่อใจ ดีต่อสุขภาพ ดีต่อโลก” ให้กับผู้เข้าประกวดทุกๆทีม

และวันที่ 20 ตุลาคม 2565 เป็น เวิร์คช้อป Future Food Demo & Practice โดยเซฟชุมพล แจ้งไพร ซึ่งทุกๆทีมจะได้ซ้อมลงมือทำเมนูอาหารของตนเอง ได้เรียนเทคนิคการทำอาหารจากเชฟชุมพล พร้อมกับเชฟที่ได้เปิดโต๊ะนั่งชิมอาหาร คอมเมนต์เมนูอาหารกับ 60 ทีม ผู้เข้าแข่งขันเพื่อนำกลับไปปรับปรุงให้ดีขึ้นก่อนการแข่งขันจริง

หลังจากการเข้าร่วมกิจกรรม Future Food Incubation Camp ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 60 ทีม ได้นำคำแนะนำมาปรับปรุงข้อแก้ไขทางด้านการทำเมนูอาหาร และการนำเสนอแผนธุรกิจ จนได้มาเป็น 21 ทีมที่ดีที่สุดและตอบโจทย์การประกวดมากที่สุดจากทั้งหมด 2,018 ทีม

โดยเมนูอาหารอนาคตจากผู้เข้ารอบทั้ง 21 ทีม มีความความแปลกใหม่ของวัตถุดิบและนวัตกรรม ซึ่งแต่ละเมนูที่นำมาล้วนมีความหลากหลายตั้งแต่เมนูที่มาจากภูมิปัญญาท้องถิ่น เมนูที่เสริมสุขภาพอาหารเป็นยา หรืออาหารสำหรับผู้ป่วยไปถึงเมนูอาหารที่ใช้นวัตกรรมเพิ่มคุณค่าและมูลค่าของวัตถุดิบที่มาจากประเทศไทยได้

อย่างมหาศาลให้ทั้งอิ่มท้อง อิ่มใจ และยังได้รักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ทั้ง 21 เมนูประกอบด้วย

1.Thai Style Noodle with Omega Balaz Sauce ก๋วยเตี๋ยวน้ำตกที่ไม่ใส่เลือดและผงชูรส โดยใช้ซอสที่ทำจากเพรียงทราย จ.ชุมพร

2.บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจาก microalgea ใช้โปรตีนจากสาหร่ายคอลเรลลาแทนโปรตีนจากไข่ไก่

3.ข้าวเขียวหวานแห้งโพรไบโอติกส์ ทำให้ลำไส้สร้างเซเรโทนินได้มากขึ้น และลดปริมาณจุลินทรีย์ไม่ดี

4.พืชพันบุกร้านก๋วยเตี๋ยว ใช้เส้นอูด้งไร้แป้งที่ทำจากบุกผสมสาหร่าย

5.ขนมไข่ผำชูกำลัง เป็นมูสเต้าหู้ไข่ผำสูตรไม่มีเจลาตินจากสัตว์

6.คาโบนาราด้วยไข่จากพืช ปราศจากนมวัวและไข่ไก่

7.Healthy Thai zaru ramen with Plant based ราเมงเส้นโปรตีนไข่ขาว เพิ่มรสด้วยเห็ดแครงและงาขี้ม้อน 8.ขนมชั้นสูตรลดน้ำตาล เสริมใยอาหารและโพรไบโอติก ใช้สีจากสารสกัดเปลือกแก้วมังกร

9.ห่อหอมดวงใจ (ห่อหมก Vegan Ready to Eat) ห่อหมกวีแกน ทางเลือกเพื่อสุขภาพรูปแบบใหม่ด้วยสมุนไพรพื้นบ้าน เห็ด 3 อย่าง และแป้งถั่วลูกไก่ โปรตีนสูง เสริมด้วยวิตามิน

10.Grinch–Kale Passionfruit ไอศกรีมที่ไม่มีส่วนประกอบของนม และนำผักเคลมาจับคู่กับเสาวรส

11.โครเก็ตพะแนงแพลนต์เบส ใช้พืชหมุนเวียนของชาวบ้านอย่างมันเทศ ถั่วลิสง และใช้โปรตีนทดแทนจากขนุน เห็ด ธัญพืช และข้าวหอมมะลิมาทำโครเก็ต

12.แค๊บ แค๊บ 8 เซียน ใช้แคบหมูจากพืช สอดไส้ด้วยเครื่องเคราจากพืช 8 ชนิดผัดปรุงรสจัดจ้านแบบไทย 13.ข้าวถั่วลูกไก่ยำปักษ์ใต้ผัก 5 สี ให้โปรตีนสูงโดยไม่ง้อเนื้อสัตว์

14.Pudding For Full Liquid let Patients Energy Plus+ ให้โปรตีน แคลเซียม และวิตามินสูง เป็นอาหารทางเลือกสำหรับเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่มีปัญหาช่องปากและลำคอ

15.ซาชิมิคอลลาเจน สกัดจากเกล็ดปลา ผสานคุณค่าไฮยาลูรอนิกจากเห็ดหูหนูขาว

16.ข้าวหลากรส นำข้าวหลากสายพันธุ์ปรุงรสด้วยสมุนไพรและธัญพืช ดึงรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์อาหารไทยทั้งรสเปรี้ยว หวาน เค็ม มัน เผ็ด ฝาด

17.เมี่ยงคำมอร์มิตร ผสมผสานเมี่ยงคำกับแหนมเนือง โดยใช้โปรตีนจากพืช

18.ดิปปู Brain–friendly curry drip ทำจากเนื้อปูแพลนต์เบส ผสมกับขนุนอ่อน ดัดแปลงมาจากน้ำยาปู 19.ขนมหนุนเงินหนุนทอง ขนมหวานทำจากแป้งลูกจาก สอดไส้รสเค็มมัน และไส้รสหวานที่ทำจากเมล็ดขนุนและเนื้อขนุนสุกจัด

20.ProTim Magket ไอศกรีมสไตล์แม็กนัม ทำจากโปรตีนจิ้งโกร่ง นมข้าวถั่วและกะทิ

21.Plant–Based EGG–Fast เมนูอาหารเช้าที่นำไข่เหลวจากโปรตีนถั่วเขียว เสิร์ฟบนขนมปังแป้งข้าวเม่า คู่กับอะโวคาโด ผักสลัดออร์แกนิก

และในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 TASTEBUD LAB ได้พาตัวแทนmมผู้เข้าประกวดทั้ง 8 ทีม ไปจัดนิทรรศการ นำเสนอเมนูและนำตัวอย่างเมนู เสิร์ฟท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ให้ทางคณะรัฐมนตรีได้ชิมเมนูอาหารอนาคตจริง ก่อนงานประชุม APEC 2022 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 14-19 พ.ย 65 โดยเมนูที่ไปเสิร์ฟประกอบด้วย

  1. Thai Style Noodle with Omega Balaz Sauce ก๋วยเตี๋ยวน้ำตกที่ไม่ใส่เลือดและผงชูรส โดยใช้ซอสที่ทำจากเพรียงทราย
  2. ห่อหอมดวงใจ (ห่อหมก Vegan Ready to Eat) ห่อหมกวีแกน
  3. Grinch–Kale Passionfruit ไอศกรีมที่ไม่มีส่วนประกอบของนม
  4. โครเก็ตพะแนงแพลนต์เบส
  5. ProTim Magket ไอศกรีมสไตล์แม็กนัม ทำจากโปรตีนจิ้งโกร่ง นมข้าวถั่วและกะทิ
  6. ขนมชั้นสูตรลดน้ำตาล เสริมใยอาหารและโพรไบโอติก ใช้สีจากสารสกัดเปลือกแก้วมังกร
  7. Healthy Thai zaru ramen with Plant based ราเมงเส้นโปรตีนไข่ขาว
  8. ข้าวถั่วลูกไก่ยำปักษ์ใต้ผัก 5 สี ให้โปรตีนสูงโดยไม่ง้อเนื้อสัตว์

สามารถติดตามและให้กำลังใจทั้ง 21 ทีม ได้ทางช่องทาง www.futurefoodapec.com และนอกเหนือจากเมนูอาหารอนาคตแล้ว สามารถติดตามการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการต่อยอดธุรกิจเพื่อตอบโจทย์ระบบนิเวศของอาหารแห่งอนาคตยั่งยืน ภายใต้ BCG Model ของประเทศไทย

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจร่วมเดินทางเพื่อการพัฒนายั่งยืนอาหารแห่งอนาคต ผู้ประกอบการธุรกิจอาหาร ผู้ที่สนใจจะเริ่มธุรกิจอาหารแห่งอนาคต ร้านอาหารและสตาร์ทอัพด้านอาหาร สามารถสอบถามรายละเอียดเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมกับกลุ่มเทสบัด ได้ ผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ได้แก่ เฟสบุ๊คและ LINE OPENCHAT FUTURE FOOD NETWORK

ไลน์: @tastebudlab โทร: 095-732-4471

เว็บไซต์ www.tastebudlab.com

อีเมล tastebudthailand@gmail.com 

Facebook Comments Box